รัฐบาลไทยข่าวคณะโฆษก
รัฐบาลเดินหน้าสกัดยาเสพติดผ่านช่องทางธรรมชาติชายแดนไทย–ลาว “สุชาติ” ชูภารกิจเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ผนึก ตชด.–ฝ่ายปกครอง ยึดยาบ้า 2 แสนเม็ดในป่าอุบลราชธานี
· อัปเดต 16:52 น.
วันนี้ (17 ตุลาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน โดยเฉพาะการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านพื้นที่ป่าและช่องทางธรรมชาติ ล่าสุด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำกับดูแลของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ตำรวจตระเวนชายแดน และฝ่ายปกครอง ตรวจยึดยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด ซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ป่าตามแนวชายแดนไทย–สปป.ลาว ในอำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี
นางสาวลลิดากล่าวว่า นายสุชาติได้รับรายงานจากนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าช่องตาอู เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก–ยอดมน ได้สนธิกำลังร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 225 และฝ่ายปกครองอำเภอบุณฑริก ออกลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย–สปป.ลาว เพื่อเฝ้าระวังการลักลอบใช้พื้นที่ป่าเป็นเส้นทางขนส่งสิ่งของผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศไทย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีการลักลอบนำสิ่งของผิดกฎหมายจาก สปป.ลาว เข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก–ยอดมน จึงเข้าตรวจสอบบริเวณป่าพลาญยาว ท้องที่บ้านโนนน้อย ตำบลโพนงาม อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. พบถุงกระสอบปุ๋ยสีฟ้าซุกซ่อนอยู่ภายในป่า เมื่อตรวจสอบพบยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด โดยไม่พบตัวผู้กระทำผิดในบริเวณดังกล่าว
นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า จุดตรวจยึดอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทย–สปป.ลาว ประมาณ 3.5 กิโลเมตร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด และมอบหมายให้ฝ่ายปกครองอำเภอบุณฑริกเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยการตรวจยึดครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการลาดตระเวนและการประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานความมั่นคงกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในพื้นที่ชายแดน
ทั้งนี้ นายสุชาติได้เน้นย้ำว่า ภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การดูแลผืนป่า และการปกป้องสัตว์ป่าเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ายังมีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังและสนับสนุนการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านพื้นที่ป่าและช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจตระเวนชายแดน ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่พื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะช่องทางธรรมชาติที่อาจถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย การปฏิบัติงานครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม่ได้ทำหน้าที่เพียงดูแลทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงและการป้องกันยาเสพติด เพื่อไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้แพร่กระจายเข้าสู่ชุมชนและสร้างผลกระทบต่อประชาชน” นางสาวลลิดากล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะเดินหน้าสนับสนุนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลาดตระเวน เฝ้าระวัง และสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับภารกิจอนุรักษ์และพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ป่าและช่องทางธรรมชาติถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด และร่วมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน