ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

รัฐบาลไทยข่าวคณะโฆษก

รัฐบาลชูผลเจ้าภาพ IMF-World Bank เร่งเปลี่ยนความเชื่อมั่น 191 ประเทศเป็นลงทุน งาน รายได้ ดัน AI ถึง SME เกษตรกร ต่อยอดซอฟต์เพาเวอร์ไทย ปูทางเศรษฐกิจสู่การเติบโตรอบใหม่

· อัปเดต 16:52 น.

วันนี้(17 ต.ค. 2569) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมต่อยอดผลจากการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group 2026 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ผลลัพธ์เดินต่อหลังการประชุม ไม่จบเพียงความสำเร็จด้านการจัดงาน

จากเวทีการประชุมวานนี้(16 ต.ค. 2569) ซึ่งเป็นวันที่5 ของการประชุุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้วางบทบาทประเทศไทยเป็นผู้เชื่อมโยง ทั้งตลาด เงินทุน เทคโนโลยีและศักยภาพของคน โดยมองว่าความเปลี่ยนแปลงจาก AI ภูมิรัฐศาสตร์และสภาพภูมิอากาศ ทำให้ประเทศต่างๆ ต้องอาศัยความร่วมมือมากขึ้น และได้ย้ำว่าการประชุมย่อมมีวันสิ้นสุด แต่มรดกแห่งความร่วมมือจะคงอยู่ต่อไป

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โจทย์ต่อจากนี้คือเปลี่ยนความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นให้กลายเป็นผลทางเศรษฐกิจจริง ทั้งการลงทุน การจับคู่ธุรกิจ ข้อตกลงความร่วมมือ การสร้างงาน และการยกระดับรายได้ โดยนายกรัฐมนตรีมองเวทีครั้งนี้เป็นสปริงบอร์ดสำหรับการเติบโตในระยะต่อไป

“สิ่งที่รัฐบาลต้องทำหลังจากนี้ ไม่ใช่เก็บภาพความสำเร็จเอาไว้ แต่ต้องทำให้เงินทุน เทคโนโลยี เครือข่ายและความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้น กลายเป็นโอกาส อาชีพ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย” นายเอกภพ กล่าว

นายเอกภพ กล่าวว่า บนเวที AI and the Global Economy วานนี้(16 ต.ค. 2569) ชี้ให้เห็นว่าการแข่งขันในโลกยุคต่อจากนี้ ไม่ได้อยู่ที่ประเทศใดดึงเงินลงทุนด้าน AI ได้มากที่สุด แต่อยู่ที่ใครนำเทคโนโลยีไปเพิ่มผลิตภาพได้จริง ทั้งในธุรกิจ เกษตร สาธารณสุข การศึกษา และบริการ พร้อมพัฒนาทักษะแรงงานและระบบกำกับดูแลที่ปลอดภัย

รัฐบาลจึงมองการลงทุน Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เป้าหมายสำคัญกว่าคือทำให้ SME เกษตรกร แรงงาน และผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่ใหม่ สอดคล้องกับที่ทาง IMF ชี้ว่าประโยชน์จาก AI จะเกิดกว้างขวางเมื่อเทคโนโลยีกระจายไปสู่เศรษฐกิจจริง

นายเอกภพ กล่าวว่า มิติซอฟต์เพาเวอร์ของไทย ก็จะถูกนำมาต่อยอดเช่นกัน ซึ่งจากงานเลี้ยงรับรองของรัฐบาลได้นำเสนออาหารไทยตั้งแต่สตรีทฟู้ดถึงร้านระดับดาวมิชลิน ดนตรี ศิลปวัฒนธรรมและการต้อนรับแบบไทยต่อผู้ร่วมงานราว 3,000 คน โดยนายกรัฐมนตรีชี้ว่าอาหารไทยเชื่อมรายได้ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ค้า เชฟ ถึงผู้ประกอบการ และต่อยอดสู่ Wellness กับ Longevity Economy ได้

"ท่านนายกฯ ได้ชื่นชมความร่วมมือของทุกฝ่ายที่ร่วมกันดูแลการประชุม 5 วันที่ผ่านมาด้วยดี ซึ่งเป็นการยืนยันว่าหากเป็นเรื่องของประเทศชาติ ทุกฝ่ายก็ให้ความร่วมมือ และท่านก็ย้ำด้วยว่าความสำเร็จจากการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้จะต้องถูกนำไปต่อยอดเป็นโอกาส รายได้ สวัสดิภาพ และอาชีพให้ประชาชนอย่างจริงจัง" นายเอกภพ กล่าว

อ่านที่ต้นฉบับ