รัฐบาลไทยด้านความมั่นคง
“เจเศรษฐ์” นำประชุมติดตามสถานการณ์ภัยทั่วประเทศ ย้ำจังหวัดเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเฝ้าระวังสภาพอากาศจากฝนตกหนักห้วงวันที่ 22-27 ต.ค. 69 กำชับ “แจ้งเตือนประชาชนทันท่วงที” ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง
· อัปเดต 14:27 น.
“เจเศรษฐ์” นำประชุมติดตามสถานการณ์ภัยทั่วประเทศ ย้ำจังหวัดเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเฝ้าระวังสภาพอากาศจากฝนตกหนักห้วงวันที่ 22-27 ต.ค. 69 กำชับ “แจ้งเตือนประชาชนทันท่วงที” ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง
วันนี้ (19 ต.ค. 69) เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 2/2570 โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช และนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหาร ปภ. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุม ณ ที่ตั้ง และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายเจเศรษฐ์ ระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ดังนั้น “จังหวัดต้องเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ” ทั้งการทำความสะอาดบ้านเรือน ชุมชน พื้นที่สาธารณะ และเส้นทางคมนาคม กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล ตลอดจนซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ควบคู่กับการสำรวจความเสียหายและเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย
ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ให้เร่งระบายน้ำและผลักดันน้ำในแม่น้ำสายต่าง ๆ ออกสู่ทะเล เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน อีกทั้งให้ตรวจสอบและซ่อมแซมทรัพยากรที่เสร็จสิ้นภารกิจแล้ว เพื่อนำไปสนับสนุนพื้นที่ที่ยังคงภัยอยู่ และเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะต่อไป โดยให้ ปภ. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการเผชิญเหตุ ทั้งการสนับสนุนทรัพยากร การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย รวมถึงติดตามผลการปฏิบัติงานขององค์การสาธารณกุศลในการช่วยเหลือประชาชน โดยจังหวัดที่ยังประสบปัญหาและต้องขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติม สามารถเสนอปัญหาและความต้องการต่อที่ประชุม เพื่อร่วมพิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม
นายเจเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า ให้จังหวัดเฝ้าระวังสภาพอากาศ ปริมาณฝน และระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ตามคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงวันที่ 22 - 27 ตุลาคม 2569 ที่จะมีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24-25 ต.ค. 69 ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง ขณะที่สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลองอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณสองฝั่งแม่น้ำ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และ จ.สมุทรสาคร ซึ่งยังคงระดมทรัพยากรเร่งระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 27-31 ต.ค. 69 พร้อมประสานหน่วยงานและผู้นำชุมชนแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า เร่งระบายน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ให้ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และภาคประชาชนทำความสะอาดพื้นที่ กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล เพื่อฟื้นฟูสุขอนามัยและให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
“ให้ ปภ. รวบรวมและสรุปข้อมูลผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์อุทกภัยเป็นรายกรณี และให้ติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง หากต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม ให้ประสานมายังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”