ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

รัฐบาลไทยข่าวนายกรัฐมนตรี

นายกฯ ชู B20 ลดพึ่งพาน้ำมันนำเข้า ดันปาล์มน้ำมันสร้างรายได้เกษตรกร รับมือราคาพลังงานผันผวน หนุนรายได้เกษตรกร

· อัปเดต 10:04 น.

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.05 น. นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ถึงการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานของประเทศไทยท่ามกลางราคาพลังงานโลกที่ผันผวน

นายกรัฐมนตรีกล่าว่าด้านความมั่นคงด้านพลังงาน ประเทศไทยได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไทยไม่มีปัญหาด้านปริมาณอุปทานพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เนื่องจากนำเข้าพลังงานจากหลายแหล่งทั่วโลก ผลกระทบที่ไทยเผชิญจึงเป็นความผันผวนของราคา จึงใช้ทั้งมาตรการด้านภาษีและการขอความร่วมมือจากโรงกลั่นเพื่อลดค่าการกลั่นหรือค่าใช้จ่ายที่สามารถลดได้ โดยไม่ให้กระทบต่อต้นทุนการผลิต

หนึ่งในมาตรการล่าสุดคือ การส่งเสริมไบโอดีเซล B20 ซึ่งมีน้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสม 20% และมีการปรับลดภาษีสรรพสามิตเพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้มากขึ้น โดยราคา B20 ต่างจากดีเซลทั่วไปเกือบ 10 บาทต่อลิตร และปริมาณการใช้เพิ่มจากวันละ 5–6 ล้านลิตร เป็นประมาณ 9 ล้านลิตรต่อวัน หลังลดภาษี พร้อมย้ำว่าการใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวไม่กระทบต่อประสิทธิภาพ ความเร็ว หรือความเร่งของเครื่องจักรและระบบขนส่งที่ใช้ดีเซล

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากขยายการใช้ไบโอดีเซลเป็นวันละ 20 ล้านลิตร จะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบได้วันละ 4 ล้านลิตร และคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาทต่อปี โดยเงินส่วนนี้สามารถช่วยสนับสนุนภาคเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร จึงควรมีรายได้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนการจะลบภาพที่หลายคนมองว่าอาชีพเกษตรกรรายได้ไม่มากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการมีรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ โดยเน้นการสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องและการดำเนินธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ คนก็จะมาซื้อต่อเนื่องจากกำไรน้อยก็จะกลายเป็นกำไรมาก ซึ่งในเวที IMF และ World Bank โดยผู้จัดการใหญ่ IMF และประธาน World Bank ได้กล่าวชื่นชมถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงว่ามีความจำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบันนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาโดยตลอด ทำให้ประเทศสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ต่าง ๆ มาได้ และวันนี้มีความยืดหยุ่น (resilience) ราคาพืชผลทางการเกษตรทุกชนิดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเป็นเท่าตัว ขณะที่การลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงการส่งออก และการเก็บภาษีได้มากขึ้น ตลอดจนการสร้างระบบรับมือกับภัยพิบัติเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายจนทำให้ระบบต่างๆ ล้มเหลวไป รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์ ตัวดัชนีก็เพิ่มขึ้น มีเสถียรภาพ การถูกจัดลำดับของประเทศไทย ล่าสุด S&P ถือว่าไทยเป็นประเทศที่มี Stable Outlook คือ มีความมั่นคง ยั่งยืน

อ่านที่ต้นฉบับ