ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

รัฐบาลไทยข่าวนายกรัฐมนตรี

นายกฯ ย้ำไทยมีความมั่นคงทางอาหาร เปรียบไทยเสมือนเป็นเจ้าของพลังงานที่หล่อเลี้ยงการดำรงชีวิตและกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

· อัปเดต 10:04 น.

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.05 น. นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ถึงกระแสการ “เตรียมเสบียง 72 ชั่วโมง” ที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางและการรับมือภัยความมั่นคงไซเบอร์

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ประชาชนสามารถใช้ชีวิตตามปกติ เพราะครัวเรือนทั่วไปโดยปกติทุกบ้านก็มีอาหารและของใช้สำหรับดำรงชีวิตอยู่แล้ว เช่น บะหมี่สำเร็จรูป โจ๊กสำเร็จรูป อาหารกล่อง อาหารแช่แข็ง ฯลฯ

“สรุปคือใช้ชีวิตปกติ ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลว่าจะเกิดการขาดแคลนอาหาร หรือขาดแคลนสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จะใช้ในครอบครัวจนเกินสภาวะปกติ...สำหรับประเทศไทยในภาวะฉุกเฉินคิดว่ายังห่างไกล เพราะพื้นฐานโครงสร้างของประเทศมีครบทุกอย่าง”

อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุ การดูแลประชาชนที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ยังเป็นประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยมีการจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อนำกลุ่มเปราะบางไปยังพื้นที่ปลอดภัยก่อนสถานการณ์รุนแรง เช่นกรณีเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และรัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ประชาชนขาดอาหารจนไม่สามารถดำรงชีพได้ การช่วยเหลือต้องไปถึงอย่างทันท่วงที

สำหรับกรณีข่าวการโจมตีทางไซเบอร์ในยุโรปซึ่งทำให้ระบบแช่แข็งอาหารขัดข้องส่งผลให้อาหารเน่าเสีย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศผลิตอาหารครบวงจร ยังไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับประเทศดังกล่าว เพราะสามารถแสวงหาอาหารในทุกรูปแบบได้ทั่วประเทศ แต่ในภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ยุโรป ที่มีการโจมตีทางไซเบอร์ทำให้ระบบแช่แข็งอาหารขัดข้องและอาการเน่าเสียมองว่าเป็นความเสี่ยงในระดับอุตสาหกรรม ขณะที่ประเทศไทยยังมีตลาดสดและแหล่งอาหารที่จัดหาได้ภายในประเทศ จึงไม่ได้พึ่งพาเนื้อสัตว์แช่แข็งนำเข้าในลักษณะเดียวกัน ส่วนภัยไซเบอร์ในไทยที่พบส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงและฉ้อโกงประชาชนผ่านเทคโนโลยีสื่อสาร และยังไม่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความสามารถในการผลิตและจัดหาอาหารของไทยเป็นจุดแข็งด้านความมั่นคงด้านอาหาร และสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหารให้ประเทศคู่ค้าได้ ตรงนี้เปรียบเสมือน ไทยเป็นประเทศที่เป็นเจ้าของพลังงานอย่างหนึ่ง “พลังงานที่ทำให้มนุษย์ดำรงชีวิตและทำกิจกรรมต่างๆ ได้”

อ่านที่ต้นฉบับ