ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

กรมประชาสัมพันธ์ข่าวภาครัฐ

รัฐบาลชู “บ้านมั่นคงชายแดน” พม. ผนึกกลาโหม สร้างบ้าน สร้างอาชีพ ยกระดับชีวิต 5 จังหวัด 4,563 ครัวเรือน

· อัปเดต 14:14 น.

วันนี้ (16 ตุลาคม 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ ครอบครัวทหารผ่านศึก และกลุ่มเปราะบางที่ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพ มุ่งพัฒนาควบคู่ทั้งบ้าน ที่ดินทำกิน สาธารณูปโภค และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ล่าสุด นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย พลโท วรพรต แก้ววิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ขับเคลื่อนแนวทาง “สร้างบ้าน สร้างชุมชนเข้มแข็ง” ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงกลาโหม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และเครือข่ายองค์กรชุมชนในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีทั้งการส่งมอบบ้านมั่นคงให้แก่นายชา วิลานันท์ อายุ 84 ปี อดีตทหารพรานที่เคยปฏิบัติหน้าที่บริเวณเขาพระวิหาร ผามออีแดง และช่องบก พร้อมมอบขาเทียมแก่ผู้ประสบภัย 3 ราย ช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้ 20 ราย และสนับสนุนงบประมาณ 1 ล้านบาท เพื่อพัฒนากลุ่มอาชีพผู้ประสบภัยชายแดน มุ่งเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การส่งมอบบ้านในครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการดูแลผู้ที่เคยเสียสละเพื่อประเทศชาติ โดยบ้านของนายชาเดิมมีสภาพทรุดโทรม ขาดไฟฟ้าและน้ำใช้ในครัวเรือน การปรับปรุงจึงครอบคลุมการสร้างบ้านใหม่บนที่ดินเดิม การติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำใช้ ตลอดจนการปรับปรุงห้องน้ำและห้องครัว เพื่อให้ผู้สูงอายุและครอบครัวมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม ปลอดภัย และเอื้อต่อการดำรงชีวิต

“ผู้ที่เคยเสียสละเพื่อปกป้องแผ่นดิน ไม่ควรถูกทิ้งไว้ข้างหลังในวันที่ต้องการความช่วยเหลือ เราต้องทำให้ประชาชนตามแนวชายแดนมีบ้านที่ปลอดภัย มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนคือรากฐานสำคัญของความมั่นคงที่ยั่งยืน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

สำหรับโครงการบ้านมั่นคงชนบทตำบลโดมประดิษฐ์ พอช. สนับสนุนงบประมาณรวม 16.9 ล้านบาท ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 351 ครัวเรือน แบ่งเป็นงบพัฒนาที่อยู่อาศัย 12 ล้านบาท งบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค 2.4 ล้านบาท งบพัฒนาเศรษฐกิจ 1 ล้านบาท งบพัฒนาด้านสังคม 1 ล้านบาท และงบพัฒนากระบวนการ 500,000 บาท ครอบคลุมตั้งแต่การซ่อมแซมบ้าน การจัดหาระบบน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตร ไปจนถึงการส่งเสริมอาชีพ การพัฒนากลไกชุมชน และการวางรากฐานระบบสวัสดิการ เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมในการดูแลตนเองและครอบครัวในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาแปลงเกษตรรวมขนาด 34 ไร่ สำหรับครัวเรือนทหารผ่านศึก 11 ครัวเรือน โดยวางแผนปลูกพืชให้เหมาะกับสภาพดินและน้ำในพื้นที่ เช่น มันสำปะหลัง หญ้าเนเปียร์ ถั่วลิสง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และพืชผักหมุนเวียน พร้อมพัฒนาระบบน้ำเพื่อให้สามารถทำการเกษตรได้ต่อเนื่องมากขึ้น แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือน และเสริมความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชน

รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมุ่งต่อยอดจากโมเดล “บ้านมั่นคงชนบท” สู่แนวทาง “บ้านมั่นคงชายแดน” ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงการซ่อมสร้างบ้าน แต่ยังครอบคลุมความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน การพัฒนาสาธารณูปโภค การส่งเสริมอาชีพและเศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนการสร้างชุมชนเข้มแข็งให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนา เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และฟื้นฟูการดำรงชีวิตเมื่อเกิดผลกระทบ

ทั้งนี้ ตามแผนปฏิบัติงานโครงการสร้างความมั่นคงที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตชุมชนชายแดนไทย ในปีงบประมาณ 2570 กำหนดพื้นที่นำร่องตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และสระแก้ว รวม 5 อำเภอ 5 ตำบล 21 ชุมชน/หมู่บ้าน ครอบคลุม 4,563 ครัวเรือน โดยมุ่งพัฒนาความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของชุมชน เพื่อวางแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่และต่อยอดในระยะต่อไป

“รัฐบาลต้องการให้ชุมชนชายแดนได้รับโอกาสในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รอความช่วยเหลือเฉพาะเมื่อเกิดวิกฤต แต่ต้องมีบ้านที่เหมาะสม มีสาธารณูปโภคจำเป็น มีอาชีพและรายได้ที่เพียงพอ รวมถึงมีชุมชนเข้มแข็งที่ช่วยกันพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีอนาคตที่มั่นคง”

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวในตอนท้ายว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านสังคม หน่วยงานด้านความมั่นคง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งสร้างโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม การประกอบอาชีพ และสวัสดิการชุมชนอย่างทั่วถึง

“เพราะบ้านที่มั่นคง คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มั่นคง และชุมชนเข้มแข็ง คือรากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตที่ดีและความมั่นคงที่ยั่งยืนของประเทศ”

อ่านที่ต้นฉบับ