ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

รัฐบาลไทยด้านความมั่นคง

นายกฯ อนุทิน นำทีมฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข ตรวจเยี่ยมศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมเมืองอุดรธานี แห่งที่2 ย้ำ "การดูแลหลังกลับบ้านคือสิ่งที่สำคัญมากที่สุด"

· อัปเดต 14:05 น.

นายกฯ อนุทิน นำทีมฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข ตรวจเยี่ยมศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมเมืองอุดรธานี แห่งที่2 ย้ำ "การดูแลหลังกลับบ้านคือสิ่งที่สำคัญมากที่สุด" พร้อมกำชับสโลแกน "พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล" เพื่อเอาชนะภัยสังคมให้หมดไปอย่างยั่งยืน

วันที่ 2 พ.ย. 69 เวลา 16.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี สาขาอำเภอเมืองอุดรธานี แห่งที่ 2 ภายในกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยส่วนราชการ และภาคีเครือข่าย ร่วมตรวจเยี่ยม

โอกาสนี้ นายอนุทิน กล่าวมอบนโยบายให้แก่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และพบปะให้กำลังใจผู้เข้ารับการฟื้นฟูสภาพทางสังคม โดยกล่าวว่า ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี สาขาอำเภอเมืองอุดรธานีแห่งที่ 2 แห่งนี้สะท้อนความร่วมมือทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดและสร้างโอกาสให้พวกเขาได้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งต้องขอขอบคุณฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ บุคลากรทางการแพทย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดด้วยความทุ่มเท เสียสละ

"ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องที่รัฐบาลของผมให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม เพราะสำหรับครอบครัว การมีสมาชิกข้องเกี่ยวกับยาเสพติดถือเป็นความทุกข์อย่างใหญ่หลวง ทุกครอบครัวต้องการพาคนที่รักของเขาเข้ารับการรักษา แต่บางคนก็ไม่ทราบว่าจะเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างไร ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และเราก็ได้มีการจับกุมและปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม การป้องกันและปราบปรามเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรอบด้าน เราจำเป็นต้องมี "ระบบบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดรวมทั้งผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือ" เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับไปใช้ชีวิตและทำงานในสังคมได้ต่อไป"

นายอนุทิน ยังระบุว่า ที่ผ่านมา เราพบว่าผู้ป่วยบางรายเมื่อมีอาการดีขึ้นจนสามารถออกจากการบำบัดรักษาได้ และพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่เราต้องให้กำลังใจพวกเขาเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าทางสังคมหรือว่าทางชุมชนหรือคนทั่วไปในบางครั้งก็ยังทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ยังมีความไม่สมบูรณ์อยู่ ดังนั้นเราจึงต้องเสริมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม ก่อนที่เขาจะกลับไปใช้ชีวิตในสังคมและชุมชนได้อย่างมั่นคง ดังนั้น ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมฯ แห่งนี้ จึงเข้ามาตอบโจทย์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ เพื่อดูแลฟื้นฟูผู้ได้รับการบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสุขภาพ พฤติกรรม ระเบียบวินัย ทักษะการดำรงชีวิต และการฝึกอาชีพ เพื่อให้มีความพร้อมก่อนกลับไปอยู่กับครอบครัวและชุมชน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาซ้ำ สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน และลดภาระของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งตนเชื่อมั่นว่า ผู้เข้ารับการฟื้นฟูทุกคนมีศักยภาพที่จะกลับมาเป็นกำลังของครอบครัวและสังคมได้หากได้รับโอกาสพร้อมกับการดูแลที่เหมาะสม และกำลังใจอย่างต่อเนื่อง

นายอนุทิน ได้เน้นย้ำว่า "การดูแลหลังกลับบ้านคือสิ่งที่สำคัญมากที่สุด" ขอให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ตำรวจ และหน่วยงานด้านสาธารณสุข ได้ร่วมกันติดตามดูแลและให้กำลังใจพวกเขาอย่างใกล้ชิด เพราะเขาอาจจะยังต้องมีการกินยาอย่างสม่ำเสมอ ต้องพบแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง จึงต้องเฝ้าสังเกตการณ์การประกอบอาชีพ และการใช้ชีวิตประจำวัน หากพบความผิดปกติหรือความเสี่ยงที่อาจกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก ก็ต้องรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที เพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาเกิดซ้ำอีก

"ตนอยากให้ทุกพื้นที่ได้นำแนวทางการทำงานตามนโยบาย "1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดฟื้นฟู" ที่เหมาะสมไปปรับใช้ตามบริบทและความพร้อมของแต่ละอำเภอ โดยให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานสาธารณสุข ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด มีระบบคัดกรอง ส่งต่อ รักษา ฟื้นฟู และติดต่ออย่างครบวงจรต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง พร้อมทั้งขอฝากไปยังผู้ที่เข้ารับการฟื้นฟูทุกคนว่า ขอให้ใช้โอกาสนี้ในการฟื้นฟูและพัฒนาตนเองให้เต็มที่ เพราะตนเชื่อว่า ด้วยความตั้งใจและความพยายามของทุกคน ก็จะก้าวผ่านช่วงเวลาอันเป็นอุปสรรคของชีวิต ช่วงนี้ไปได้ ส่วนสมาชิกในครอบครัวและชุมชน ผมก็ขอให้ทุกท่านได้ช่วยกันเป็นกำลังใจและสนับสนุนการต่อสู้ไปด้วยกัน เพราะกำลังใจจากคนใกล้ชิดเป็นพลังสำคัญอย่างยิ่ง ความเข้าใจ การยอมรับ และการให้โอกาสคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในชุมชนของเรา"

นายอนุทิน ยังได้กล่าวชื่นชมศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมฯ แห่งนี้ ว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสมมากสำหรับการฟื้นฟูผู้ที่ประสบปัญหายาเสพติดหรือสุขภาพจิต เพราะด้วยสภาพแวดล้อม ทำให้เห็นว่า ทางหน่วยไม่ทำให้พื้นที่ที่มีกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่รกร้างว่างเปล่า ได้ใช้พื้นที่เช่นนี้มาทำการฟื้นฟูผู้ที่ต้องถือว่าเป็นผู้ด้อยโอกาส หลงผิด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่อยู่ภายในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกคนอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องให้พวกเขาไปติดคุกติดตาราง ถ้าเรายังสามารถให้โอกาสกับพวกเขาได้ และการมาอยู่ในสภาพที่มีความเป็นมิตร จะทำให้เขาสามารถฟื้นฟูจิตใจที่อ่อนแอของเขา ที่หลงผิดของเขา ถ้าเราสามารถทำให้เขากลับมาเป็นคนใหม่ได้ ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ จะเป็นการลดภาระที่จะก่อให้คนเหล่านี้ต้องเป็นความเสี่ยงของสังคม

นายอนุทิน ยังได้เน้นย้ำไปยังกระทรวงสาธารณสุขว่า หากคนเหล่านี้ต้องกลับไปพบแพทย์หรือกลับไปรับการรักษา เราต้องให้ความสำคัญกับเขาเหล่านี้เป็นพิเศษ เพราะคนเหล่านี้มีความอ่อนไหว มีความไวต่อการถูกชักจูงไปในที่ที่ผิดได้ และเขาพยายามถามตัวเองว่า ในเมื่อเป็นคนไม่ดีก็โดนเช่นนี้ เมื่อจะเป็นคนดีก็ถูกกีดกัน ถูกตีตรา ถูกตั้งข้อรังเกียจเดียดฉันท์ จึงกลับไปเป็นอย่างเดิมดีกว่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ความพยายามทั้งหมดที่จะพยายามฟื้นฟู ทั้งตัวคน และพยายามจะเพิ่มประสิทธิภาพในการติดยาเสพติดล้มเหลว เพราะถ้าเราปล่อยให้เขาไปเป็นปัญหาของสังคมอีก เท่ากับเราเปิดประตูให้อันตรายเข้ามาถึงตัวเรา โดยเฉพาะไม่มีใครรู้ว่าวันหนึ่งเหยื่อของพวกเขาอาจจะเป็นตัวเท่ากับเราเปิดประตูให้อันตรายเข้ามาถึงตัวเรา โดยเฉพาะไม่มีใครรู้ว่าวันหนึ่งเหยื่อของพวกเขาอาจจะเป็นตัวเราเองหรือเป็นญาติสนิทมิตรสหายหรือคนในครอบครัวของเราได้ ดังนั้น ถ้าเราให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่ เขาก็จะมีกำลังใจในการที่จะกลับไปเป็นพลเมืองดีของบ้านเมือง และเป็นตัวอย่างให้กับคนที่หลงผิดหรือคิดจะหลงผิด เป็นวิทยากรดูแลคนที่คิดจะไปในเส้นทางที่ติดยาเสพติดได้

"สิ่งที่ดีที่สุด เมื่อวันนี้เรามีหน้าที่ มีงบประมาณ รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างเต็มที่ มีนโยบายที่เป็นศัตรูกับขบวนการยาเสพติดครบวงจรแล้ว ก็ขอให้พวกเราได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ใช้งบงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่าเพื่อรักษาสังคมของพวกเรา ดังสโลแกน "พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล" ที่เกี่ยวเนื่องกันและเป็นงานที่พวกเราทุกคนสามารถทำร่วมกันได้ และเราจะสามารถเอาชนะสิ่งที่เป็นภัยต่อสังคมเช่นนี้ได้"

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติม พี่น้องประชาชนอยู่ข้างเราอยู่แล้ว ถ้าเราทำให้เขารับทราบว่าพวกเรามีความพร้อมในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด เพราะผู้ที่อยู่ในกระบวนการค้ายาเสพติดหรือการเสพยาเสพติด เราจับกุมมากมาย เราต้องใช้การดำเนินการทุกอย่างที่เป็นอุปสรรคต่อการลำเลียง การค้ายาเสพติด ซึ่งแต่ละปี เราจับยาเสพติดได้มูลค่านับ 100,000 ล้านบาท แสดงถึงประสิทธิภาพของทุกส่วน ทั้งตำรวจ ปปส. ทหาร ฝ่ายปกครอง ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มที่ แม้แต่ประชาชนก็เป็นเบาะแสให้กับพวกเรา เพียงแต่ว่า ขบวนการค้ายาเสพติดมันมีเครือข่ายมากมายไปหมด เราจึงต้องลดจำนวนยาเสพติดด้วยการปราบปรามอย่างเต็มที่และลดจำนวนผู้ที่จะใช้ยาเสพติดทั้งต้นทางและปลายทางให้ได้ มันก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด แม้ขบวนการลักลอบ ลำเลียงและค้ายาเสพติดจะเปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงเพราะเราปราบปรามอย่างหนัก แต่ก็ไม่เหนือความสามารถของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เราจับได้ตลอด เพียงแต่ว่า "มันยังมีคนที่ยอมจะซื้ออยู่ ยอมจะซื้อด้วยราคาที่มันแพง" ดังนั้น ถ้าเรามาลงแก้ปัญหาในด้านของอุปสงค์ด้วยหรือความต้องการด้วย ก็จะทำให้การปราบปรามยาเสพติดครบวงจรนี้ประสบความสำเร็จได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

"ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลขอยืนยันอีกครั้งว่า รัฐบาลชุดนี้มีความแน่วแน่ที่จะสนับสนุนภารกิจ ป้องกัน ปราบปราม และบำบัดฟื้นฟู อย่างเต็มความสามารถ ขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ และเจ้าพนักงานทุกท่าน ขอให้มีความปลอดภัยจากการปฏิบัติหน้าที่ และมีกำลังใจในการดำเนินการต่อไปอย่างไม่มีวันย่อท้อ เพื่อให้ขบวนการค้ายาเสพติดหมดไปจากประเทศไทยให้ได้ในเร็ววัน" นายอนุทิน กล่าวในช่วงท้าย

ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี สาขาอำเภอเมืองอุดรธานี แห่งที่ 2 จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อติดตาม ดูแล ให้คำปรึกษา แนะนำ ให้ความช่วยเหลือ และสงเคราะห์แก่ผู้ติดยาเสพติดหรือผู้เข้ารับการบำบัดรักษา ให้บริการด้านสวัสดิการสังคมและการสังคมสงเคราะห์ที่จำเป็นและเหมาะสม และส่งเสริมการฝึกอาชีพให้กับผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อให้มีทักษะในการประกอบอาชีพ คืนคนดีสู่สังคม สามารถปรับตัวและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยไม่กลับมากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซ้ำอีก โดยสามารถขอคำปรึกษา สอบถาม หรือขอรับบริการได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดอุดรธานี โทร. 0-42244-259 หรือที่ทำการปกครองอำเภอเมืองอุดรธานี โทร. 0-4224-0007 หรือติดต่อกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่

อ่านที่ต้นฉบับ