ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

รัฐบาลไทยด้านความมั่นคง

มหาดไทยถอดบทเรียน 1 ปี การอนุญาตผู้หนีภัยการสู้รบทำงานในประเทศไทย บูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้านโยบายบริหารจัดการผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองควบคู่ความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน

· อัปเดต 04:52 น.

มหาดไทยถอดบทเรียน 1 ปี การอนุญาตผู้หนีภัยการสู้รบทำงานในประเทศไทย บูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้านโยบายบริหารจัดการผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองควบคู่ความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน

วันนี้ (28 ต.ค. 69) เวลา 13.30 น. ที่ห้องกิ่งทอง ชั้น 2 โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แทนหัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “1 ปีของการดำเนินนโยบายอนุญาตให้ทำงาน : ประมวลบทเรียนและเตรียมความพร้อมสำหรับระยะต่อไป” โดยมี นางสาวอรอุมา วรแสน ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย โดยมีผู้แทนส่วนราชการ จังหวัด อำเภอ หัวหน้าพื้นที่พักพิงชั่วคราว สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) กรรมการประสานงานองค์การช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในประเทศไทย (CCSDPT) และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายสหรัฐ เผยว่า การประชุมฯ ในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อทบทวนและแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ ปัญหา อุปสรรค และแนวปฏิบัติที่ดี จากการดำเนินนโยบายอนุญาตให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาทำงานในประเทศไทย ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการดำเนินมาตรการดังกล่าว เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการปรับแนวทางบริหารจัดการผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ปรับเปลี่ยนจากการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมภายในพื้นที่พักพิงชั่วคราวไปสู่การส่งเสริมโอกาสในการทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเอง ลดการพึ่งพาความช่วยเหลือจากภายนอก และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ภายใต้การบริหารจัดการและกำกับดูแลของภาครัฐ

“ความสำเร็จของนโยบายไม่ควรวัดจากจำนวนผู้ได้รับอนุญาตให้ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงความสามารถในการประกอบอาชีพและพึ่งพาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อชุมชนและสังคมไทยโดยรวม ซึ่งการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานระดับพื้นที่ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ” นายสหรัฐ กล่าวเน้นย้ำ

นายสหรัฐ กล่าวในช่วงท้ายว่า กระทรวงมหาดไทยมุ่งมั่นประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ และภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับการบริหารจัดการผู้หนีภัยการสู้รบให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยผลการประชุมในครั้งนี้จะนำไปสู่การปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินงานให้มีความชัดเจน คล่องตัว และเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งกำหนดแนวทางและกลไกการประสานงานสำหรับการขับเคลื่อนนโยบายในระยะต่อไป

อ่านที่ต้นฉบับ