กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ข่าวสารเกษตร
กรมชลฯ เดินหน้าเร่งระบายน้ำ เสริมเครื่องจักรพื้นที่เสี่ยง ลดผลกระทบประชาชน
· อัปเดต 20:07 น.
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำหลายพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น หลังฝนตอนบนลดลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดเตรียมปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เหลือ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในเวลา 19.00 น. วันนี้ (14 ตุลาคม 2569) เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ขณะเดียวกันยังเร่งระบายน้ำท่วมขังในลุ่มน้ำบางปะกงและคลองรังสิต พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเตรียมพร้อมรับฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้
สำหรับสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ที่ปริมาณฝนตอนบนเริ่มลดลง ล่าสุดวันนี้ (14 ตุลาคม 2569) เวลา 06.00 น. สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,762 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มลดลงต่อเนื่อง กรมชลประทานได้ทยอยปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 12.00 น. จาก 1,900 เหลือ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในเวลา 19.00 น. โดยลดเฉลี่ยชั่วโมงละประมาณ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่องพร้อมปรับลดการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน บรรเทาผลกระทบต่อประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธ์ ได้ปรับลดการระบายน้ำอย่างต่อเนื่องเหลือในอัตรา 248 ลบ.ม.ต่อวินาที สอดคล้องกับเขื่อนพระรามหก ที่ปรับลดการระบายเหลือในอัตรา 492 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้สถานการณ์น้ำตลิ่งด้านท้ายเขื่อนพระรามหก เริ่มคลี่คลายและคาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน
ขณะที่ภาพรวมอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบัน (14 ตุลาคม 2569) มีปริมาณน้ำรวม 63,735 ล้าน ลบ.ม. (83% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) และยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 12,955 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยกรมชลประทานยังคงติดตามปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างและสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
ส่วนลุ่มน้ำบางปะกง กรมชลประทานร่วมกับกองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายน้ำในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา โดยเสริมเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำในแม่น้ำบางปะกง เพื่อช่วยให้น้ำไหลออกจากพื้นที่ได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ที่ยังมีน้ำสะสมอยู่ในพื้นที่ กรมชลประทานเร่งลำเลียงน้ำผ่านระบบคลองรังสิตและคลองแนวดิ่ง ไปยังสถานีสูบน้ำเพื่อระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำบางปะกง พร้อมประสานการบริหารน้ำระหว่างพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้บางจุดยังมีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศที่ทำให้ระบายน้ำได้ช้า
สำหรับการช่วยเหลือพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมชลประทานได้เสริมเครื่องสูบน้ำ Hydroflow เพิ่มเติมที่สถานีปากคลองรังสิตและสถานีจุฬาลงกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดปริมาณน้ำท่วมขัง และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด ขณะที่ลุ่มน้ำท่าจีนและลุ่มน้ำแม่กลอง ยังคงเดินหน้าใช้เครื่องผลักดันน้ำรวม 20 เครื่อง ช่วยเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังและจุดเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม แม้ฝนในประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มลดลงในช่วงวันที่ 12–16 ตุลาคม 2569 แต่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กรมชลประทานจึงกำชับหน่วยงานในพื้นที่เตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล และเจ้าหน้าที่ให้พร้อมรับสถานการณ์ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชนเมือง และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดเหตุ ที่สำคัญให้ติดตามการคาดการณ์ฝนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที สามารถลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ได้กำชับให้เร่งระบายน้ำออก
จากพื้นที่ โดยให้สำรวจจุดที่ต้องเสริมเครื่องสูบน้ำ ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงให้ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569 เป็นศูนย์กลางรับแจ้งเหตุ ประสานความช่วยเหลือ และส่งกำลังเข้าพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว มีการจัดเตรียมถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมุ่งลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือประสบเหตุฉุกเฉินด้านน้ำ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่โทร. 02-583-3495 สายด่วนกรมชลประทาน 1460 หรือช่องทางออนไลน์ของกรมชลประทาน โดยกรมชลประทานยืนยันจะเดินหน้าบริหารจัดการน้ำ เร่งระบายน้ำท่วมขังและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย