ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

รัฐบาลไทยข่าวทำเนียบรัฐบาล

ผู้แทนการค้าไทยชี้โอกาสไทย–คาซัคสถาน เชื่อมตลาดอาเซียน–เอเชียกลาง ผลักดันความร่วมมือการค้าและลงทุนสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

· อัปเดต 22:24 น.

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายวีระพงษ์ประภา ผู้แทนการค้าไทยร่วมกล่าวเปิดงาน Thailand–Kazakhstan Business Forum ซึ่งจัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำประเทศไทย โดยมีนาย Margulan Baimukhan เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจจากทั้งสองประเทศเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแสวงหาโอกาสในการขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ทั้งความตึงเครียดทาง ภูมิรัฐศาสตร์ อุปสรรคทางการค้า และการปรับตัวของห่วงโซ่อุปทาน ไทยและคาซัคสถานควรใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นโอกาสในการขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ โดยคาซัคสถานเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง มีจุดแข็งด้านพลังงาน แร่สำคัญ เกษตรกรรม และโลจิสติกส์ ขณะที่ไทยมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และบริการสุขภาพ จึงมีโอกาสนำจุดแข็งของทั้งสองประเทศมาต่อยอดความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาหารแห่งอนาคต และเทคโนโลยีสะอาด

นายวีระพงษ์ ได้เสนอแนวคิดสำคัญ 3 ประการในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ ได้แก่ 1) Discover การค้นหาโอกาสและตลาดใหม่ ๆ โดยใช้ประเทศไทยเป็นประตูเชื่อมคาซัคสถานกับตลาดอาเซียน และใช้คาซัคสถานเป็นประตูเชื่อมผู้ประกอบการไทยกับตลาดเอเชียกลางและยุโรป 2) Build การต่อยอดจากการค้าสินค้าไปสู่การร่วมลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างห่วงโซ่อุปทานร่วมกัน และ 3) Deliver การเปลี่ยนการหารือให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ผ่านการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และการแก้ไขอุปสรรคทางธุรกิจ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับภาคเอกชนและประชาชนของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ ผู้แทนการค้าไทยยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการปรับปรุงกฎระเบียบ ลดขั้นตอนการดำเนินธุรกิจ และเร่งรัดกระบวนการอนุมัติการลงทุนผ่านกลไก Thailand FastPass เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างชาติ พร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงภาคธุรกิจและการใช้กลไกความร่วมมือทางการค้าที่มีอยู่ระหว่างไทยกับคาซัคสถาน เพื่อผลักดันความร่วมมือและแก้ไขอุปสรรคทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม

นายวีระพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จของความร่วมมือทางเศรษฐกิจไม่ควรวัดจากจำนวนครั้งที่พบหารือหรือจำนวนข้อตกลงที่ลงนาม แต่ควรวัดจากการลงทุนที่เกิดขึ้น ธุรกิจที่ได้เชื่อมโยงกัน และการจ้างงานที่สร้างให้กับประชาชน โดยไทยพร้อมทำงานร่วมกับคาซัคสถานเพื่อเปลี่ยนโอกาสทางเศรษฐกิจให้เป็นผลลัพธ์ที่สร้างประโยชน์แก่ผู้ประกอบการและประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ในปี 2568 คาซัคสถานเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในกลุ่มสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย(EAEU) โดยการค้าระหว่างไทยกับคาซัคสถานมีมูลค่ารวม 170.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 11.16 จากปีก่อนหน้า แบ่งเป็นการส่งออกของไทยไปคาซัคสถานมูลค่า 93.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าจากคาซัคสถานมูลค่า 77.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ไทยได้เปรียบดุลการค้า 16.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์ยาง น้ำมันสำเร็จรูป และอัญมณีและเครื่องประดับ ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดิบ สินแร่โลหะและผลิตภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์ สะท้อนถึงศักยภาพในการขยายการค้าและเชื่อมโยงอุตสาหกรรมระหว่างสองประเทศได้อีกมากในอนาคต

อ่านที่ต้นฉบับ