รัฐบาลไทยด้านสังคม
"นิกร โสมกลาง" รมว.พม. ตอบกระทู้สภาฯ กาง 5 แนวทาง เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนนักสังคมเคราะห์ พร้อมย้ำ ต้องดูแลคนทำงานให้มีความมั่นคง มีเครื่องมือ-เวลาปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพ เพื่อดูแล ปชช.อย่างเต็มกำลัง
· อัปเดต 12:13 น.
"นิกร โสมกลาง" รมว.พม. ตอบกระทู้สภาฯ กาง 5 แนวทาง เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนนักสังคมเคราะห์ พร้อมย้ำ ต้องดูแลคนทำงานให้มีความมั่นคง มีเครื่องมือ-เวลาปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพ เพื่อดูแล ปชช.อย่างเต็มกำลัง
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ตอบกระทู้ในสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการขาดแคลนนักสังคมสงเคราะห์ของประเทศ ของนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัย ภายใต้นโยบาย พม. 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ซึ่งการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวต้องอาศัยการทำงานอย่างบูรณาการ และมีความเป็นมืออาชีพ และนักสังคมสงเคราะห์ เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานดังกล่าว ทั้งการป้องกันปัญหา การคุ้มครองทางสังคม รวมถึงการจัดสวัสดิการที่เหมาะสม โดยปกตินักสังคมสงเคราะห์ ทำงานอยู่หลายกระทรวง ไม่เฉพาะกระทรวง พม. เท่านั้น ซึ่งปัจจุบัน กระทรวง พม. มีนักสังคมสงเคราะห์ จำนวนทั้งสิ้น 1,130 อัตรา เป็นข้าราชการ 560 อัตรา และเป็นพนักงานราชการ 570 อัตรา ในขณะที่ เมื่อเทียบกับข้อมูลกลุ่มครัวเรือนเปราะบางทางสังคม ซึ่งปรากฏอยู่ใน ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ หรือ MSO-Logbook ของกระทรวง พม. จำนวน 1,139,099 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569) ทำให้นักสังคมสงเคราะห์เฉพาะตำแหน่งข้าราชการจะดูแลกลุ่มเป้าหมาย ในอัตราส่วน 1 ต่อ 3,797 ครัวเรือน และหากรวมกับนักสังคมสงเคราะห์ที่เป็นพนักงานราชการ จะดูแลกลุ่มเป้าหมายในอัตราส่วนอยู่ที่ 1 ต่อ 1,008 ครัวเรือน ทั้งนี้ อัตรากำลังของตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ มีการจัดสรรตาม พ.ร.บ.ปรับปรุง กระทรวง ทบวน กรม พ.ศ. 2545 ซึ่งมีการจัดแบ่งตามขนาดพื้นที่จังหวัด จำนวนกลุ่มเป้าหมาย และสภาพปัญหาสังคม ในขณะนั้น
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง พม. ได้ขอเพิ่มอัตรากำลัง (พนักงานราชการ) ตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ มาโดยตลอด (6 รอบ) และ ในรอบที่ 5 ได้รับจัดสรรเพิ่มเติม จำนวน 44 อัตรา และ รอบที่ 6 (ปีงบประมมาณ 2568-2571) ได้รับกรอบอัตราเท่าเดิม ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ของกระทรวง พม. และการรักษากำลังคนคุณภาพให้อยู่ในองค์กรต่อไป กระทรวง พม. จึงได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา 5 ประเด็น ได้แก่ 1) โดยจัดทำข้อมูลกำลังคนให้ชัดเจน ทั้งจำนวนผู้ปฏิบัติงาน ตำแหน่งว่าง รูปแบบการจ้าง และภาระงานในแต่ละพื้นที่ โดยพิจารณาความซับซ้อนของกรณีควบคู่กับจำนวนผู้รับบริการ เพื่อจัดลำดับพื้นที่ที่จำเป็นต้องเสริมกำลังอย่างเร่งด่วน และใช้เป็นฐานเสนอแผนอัตรากำลังต่อไป 2) ดูแลความมั่นคง ค่าตอบแทน และความก้าวหน้า โดยให้ความสำคัญของการมีเส้นทางความก้าวหน้าที่สอดคล้องกับความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความรับผิดชอบ รวมถึงการทบทวนสภาพการจ้างและค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม เตรียมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3) ศึกษาแนวทางการลดภาระงาน เพื่อให้มีเวลาดูแลประชาชนมากขึ้น โดยต้องทบทวนงานเอกสารและการรายงานที่ซ้ำซ้อน พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วยให้รับเรื่อง ส่งต่อ และติดตามการช่วยเหลือได้ต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมจัดระบบสนับสนุนด้านธุรการ เพื่อให้นักสังคมสงเคราะห์ใช้เวลากับงานวิชาชีพได้เต็มที่ 4) ดูแลมาตรฐานวิชาชีพและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน โดยควรมีระบบให้คำปรึกษาจากผู้มีประสบการณ์ การพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง และการสนับสนุนการเข้าสู่มาตรฐานวิชาชีพ รวมถึงจัดทีมร่วมลงพื้นที่ในกรณีเสี่ยง และมีระบบดูแลสภาพจิตใจของบุคลากรที่ต้องเผชิญเหตุรุนแรงหรือปัญหาซับซ้อนเป็นประจำ และ 5) สร้างเครือข่ายให้ประชาชนเข้าถึงบริการในพื้นที่ โดยต้องทำงานร่วมกับสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ สถาบันการศึกษา หน่วยงานสาธารณสุข กระบวนการยุติธรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม เพื่อวางแผนผลิต พัฒนา และเชื่อมโยงบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการอาสาสมัครและเครือข่ายชุมชนสามารถช่วยค้นหา แจ้งเหตุ และประสานความช่วยเหลือ ส่วนงานที่ต้องใช้การประเมินและตัดสินใจทางวิชาชีพ ต้องมีนักวิชาชีพรับผิดชอบอย่างเหมาะสม
#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง #สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส #ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #นักสังคมสงเคราะห์ #ตอบกระทู้