ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

รัฐบาลไทยข่าวนายกรัฐมนตรี

นายกฯ สั่งทุกจังหวัดเตรียมรับฝนระลอกใหม่ เร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำลด–จ่ายเงินเยียวยา กำชับเฝ้าระวังภาคใต้ใกล้ชิด

· อัปเดต 21:44 น.

นายกฯ สั่งทุกจังหวัดเตรียมรับฝนระลอกใหม่ เร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำลด–จ่ายเงินเยียวยา กำชับเฝ้าระวังภาคใต้ใกล้ชิด

วันนี้ (10 ตุลาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการเตรียมรับมือฝนตกหนักระลอกใหม่ตามที่คาดการณ์ไว้ โดยเชื่อว่าทุกหน่วยงานมีความพร้อมในการดูแลประชาชน ทั้งการช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต การฟื้นฟูพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว และการเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำ โดยอาศัยข้อมูลจากทุกหน่วยงานและประสานการทำงานอย่างไร้รอยต่อ ทั้งนี้ ประสิทธิภาพในการดูแลประชาชนไม่ได้วัดเพียงระดับน้ำที่ลดลง แต่ต้องครอบคลุมถึงการทำให้ประชาชนกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย การจัดการขยะ การฟื้นฟูระบบน้ำและไฟฟ้า การใช้เส้นทางและสาธารณูปโภคได้ตามปกติ ตลอดจนการเข้าถึงเงินช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

นายกรัฐมนตรีกำชับให้จังหวัดที่มีประชาชนเข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา เร่งสำรวจและส่งรายชื่อมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อให้เร่งโอนเงินทันทีที่ได้รับรายงานจากจังหวัด ช่วยให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ให้เตรียมความพร้อมและประสานการทำงานกับทุกหน่วยงานในพื้นที่อย่างรอบด้าน นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีมีกำหนดภารกิจที่จังหวัดปัตตานี โดยกระทรวงมหาดไทยได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะจังหวัดในภาคใต้ตอนล่าง เพื่อหารือแผนดำเนินงาน แผนเผชิญเหตุ และการขอรับการสนับสนุน

สำหรับการประเมินสถานการณ์ของ บกปภ.ช. กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีปริมาณฝนสูงสุด 92.55 มิลลิเมตร ส่วนกรุงเทพมหานครมีปริมาณฝนสูงสุด 44 มิลลิเมตร โดยคาดว่าวันนี้จะมีฝนตกทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่กรมชลประทานรายงานว่า เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากอัตราสูงสุดก่อนหน้าที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนลุ่มน้ำส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะควบคุมได้ แต่แม่น้ำบางปะกงยังมีระดับน้ำสูง จึงต้องเร่งผลักดันน้ำและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศมีปริมาณน้ำเก็บกักประมาณร้อยละ 83 ของความจุรวม และยังสามารถรองรับน้ำได้เพิ่มเติม แต่ต้องเฝ้าระวังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และเขื่อนแก่งกระจาน สำหรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุน วันนี้ยังมีน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงบ่าย ก่อนกลับเข้าสู่ภาวะขึ้นลงตามปกติ และคาดว่าจะหนุนสูงอีกครั้งในช่วงวันที่ 27–31 ตุลาคม 2569 จึงต้องเร่งระบายน้ำบริเวณปลายน้ำ ส่วนการคาดการณ์ฝนในช่วง 12 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 16.00 น. วันนี้จนถึงวันพรุ่งนี้ คาดว่าจะมีฝนตกบริเวณภาคกลางและภาคตะวันตกเป็นหลัก ขณะที่ภาคใต้จะมีฝนต่อเนื่องจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 โดยให้เฝ้าระวังพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปจนถึงจังหวัดยะลาและนราธิวาสเป็นพิเศษ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นทั่วโลก รัฐบาลจึงต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้าทั้งด้านทรัพยากรและงบประมาณ เพื่อป้องกันภัยธรรมชาติและดูแลประชาชน โดยเห็นว่าควรนำค่าใช้จ่ายในการเยียวยาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาพิจารณาเปรียบเทียบกับการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันน้ำท่วม เพิ่มเส้นทางระบายน้ำ และควบคุมปริมาณน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อลดการแก้ไขปัญหาซ้ำทุกปี ทั้งนี้ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย และต้องขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมพื้นที่อื่น รวมถึงภาคใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำหลาก พร้อมระบุว่า การติดตามและแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่องช่วยให้ปัญหาส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุม แม้บางพื้นที่ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางธรรมชาติ จึงต้องเร่งเตรียมมาตรการป้องกันและพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนหากมีฝนเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขวางแผนส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรไปยังโรงพยาบาลอื่นในจังหวัดปราจีนบุรี รวมถึงโรงพยาบาลค่ายทหารและโรงพยาบาลของกองทัพที่มีศักยภาพรองรับ โดยให้กระจายผู้ป่วยตามความพร้อมของแต่ละแห่ง ไม่กระจุกตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจักรพงษ์เพียงแห่งเดียว เพื่อลดความจำเป็นในการเปิดโรงพยาบาลสนาม ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรและงบประมาณเพิ่มเติม และเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาในสถานพยาบาลที่มีความพร้อมด้านเวชภัณฑ์และเครื่องมือทางการแพทย์

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมธนาคารโลกจาก 190 ประเทศ ประมาณ 20,000 คน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินและคาดการณ์สถานการณ์อย่างแม่นยำ เพื่อให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย

อ่านที่ต้นฉบับ