รัฐบาลไทยข่าวกระทรวง
“ยศชนัน” ร่วมยินดี วช. ครบรอบ 67 ปี เปิดเวที NRCT Forum 2026 ผนึกพลังวิจัยและนวัตกรรมไทย สร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยี ขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตอย่างยั่งยืน
· อัปเดต 14:35 น.
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน “NRCT Forum 2026” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 67 ปี พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “วิจัยและนวัตกรรมสู่พลังขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย: Research & Innovation for Shaping Thailand’s Future” และมอบรางวัลการประกวดคำขวัญและตราสัญลักษณ์เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 67 ปี และรางวัล NRCT Award โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง อว. ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย บุคลากร วช. และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่สร้างองค์ความรู้ใหม่ให้แก่โลก ต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้จากทุกศาสตร์ ทั้งวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศิลปะ และดนตรี โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือสนับสนุนการค้นพบและสร้างนวัตกรรม เปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขโจทย์สำคัญของประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงองค์ความรู้ พร้อมเร่งพัฒนางานวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ AI ควอนตัมคอมพิวติง เซมิคอนดักเตอร์ และระบบประมวลผลสมรรถนะสูง ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายนานาชาติ พร้อมปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์จริง
รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ประเทศไทยควรต่อยอดจุดแข็งของประเทศเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ “สยามซิลิกา” ด้านเซมิคอนดักเตอร์ “สยามเมดิกา” ด้านนวัตกรรมสุขภาพ และ “สยามเทอร์รา” ด้านทรัพยากรธรรมชาติ อาหาร และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเชื่อมโยงงานวิจัยกับการใช้งานจริงผ่านแนวคิดห้องปฏิบัติการมีชีวิต (Living Lab) และสร้างความร่วมมือเพื่อผลักดันผลงานวิจัยสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์และสังคม ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพยากรของประเทศ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า ตลอด 67 ปีที่ผ่านมา วช. มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ใหม่จนถึงการผลักดันงานวิจัยเพื่อแก้ไขโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะความท้าทายสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และสังคมสูงวัย พร้อมส่งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายวิจัยและผลักดันผลงานสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กระทรวง อว. มุ่งหวังให้ วช. เดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศการวิจัยที่เข้มแข็ง ส่งเสริมศักยภาพนักวิจัยไทย และขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมให้สร้างผลกระทบเชิงบวก ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และนำพาประเทศสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้าน ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. มุ่งมั่นขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ภายใต้แนวคิด “67 ปี วช. ต่อยอดองค์ความรู้ เชิดชูผลงานวิจัย ขับเคลื่อนอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมุ่งบูรณาการองค์ความรู้สู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมศักยภาพนักวิจัย และผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้างระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้เข้มแข็งและยั่งยืน