ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

รัฐบาลไทยข่าวนายกรัฐมนตรี

นายกฯ เผยสถานการณ์อุทกภัยภาพรวมใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมติดตามสถานการณ์ภาคใต้อย่างใกล้ชิด คาดดำเนินการคลองระบายน้ำ ร.1 ได้ทันก่อนช่วงน้ำหลาก

· อัปเดต 14:42 น.

วันนี้ (12 ตุลาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยว่า ในช่วงนี้ไม่ได้มีการประชุม บกปภ.ช. เนื่องจากประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) ประกอบกับสถานการณ์อุทกภัยโดยรวมใกล้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เหลือเพียงไม่กี่จุดที่ยังประสบปัญหาจากสภาพภูมิประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้กำกับดูแลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รับผิดชอบดูแลพื้นที่ด้วย ทั้งนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ทุกจังหวัด ณ จังหวัดปัตตานี โดยทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้าทั้งแผนเผชิญเหตุและดำเนินการในสิ่งที่จำเป็นเพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า พื้นที่ที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาสที่ประสบปัญหาน้ำหลาก รวมถึงจังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และตรัง ซึ่งประสบปัญหาอุทกภัยเป็นประจำ รัฐบาลจึงเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา ซึ่งมีการยกระดับมาตรการป้องกันอุทกภัยในหลายด้าน ทั้งการขุดลอกคูคลอง การเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ และการปรับปรุงเส้นทางระบายน้ำ เพื่อให้น้ำไหลจากคลองระบายน้ำต่าง ๆ ลงสู่ทะเลสาบสงขลาได้มากขึ้น

สำหรับการปรับปรุงระบบระบายน้ำ โดยเฉพาะคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบกลางเพื่อดำเนินการเร่งด่วน นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานแล้ว พบว่ามีความคืบหน้าเป็นไปด้วยดี และคาดว่าจะดำเนินการได้ทันก่อนช่วงน้ำหลาก ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการเตรียมรับมือสถานการณ์โดยกรมชลประทานได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

อ่านที่ต้นฉบับ