ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

กรมประชาสัมพันธ์ข่าวภาครัฐ

รัฐบาลเตรียมท่าทีเจรจา COP31–COP32 ดันประเทศพัฒนาแล้วหนุนเงินทุน–เทคโนโลยี รับมือโลกร้อน ย้ำเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นธรรม ไม่ทิ้งแรงงาน–เกษตรกร มุ่งเป้า Net Zero ปี 2050

· อัปเดต 08:49 น.

วันนี้ (20 ตุลาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบกรอบท่าทีเจรจาของประเทศไทยภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี 2569–2570 เพื่อใช้ในการประชุม COP31 ระหว่างวันที่ 9–20 พฤศจิกายน 2569 ณ เมืองอันตัลยา สาธารณรัฐตุรกี รวมถึงการประชุม COP32 และเวทีเจรจาที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย ควบคู่กับการผลักดันความร่วมมือระดับโลกในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ

นางสาวลลิดากล่าวว่า ท่าทีสำคัญของไทยคือการเรียกร้องให้ประเทศพัฒนาแล้วแสดงบทบาทนำในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมเพิ่มการสนับสนุนด้านเงินทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรแก่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้หลักความเป็นธรรมและความรับผิดชอบร่วมกันตามขีดความสามารถของแต่ละประเทศ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050

สำหรับประเด็นเศรษฐกิจและพลังงาน ไทยจะให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงาน การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศ ทั้งเงินให้เปล่า ตราสารหนี้ และการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐกับเอกชน พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะแรงงานและการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้ประชาชนกลุ่มใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ขณะเดียวกัน ไทยจะผลักดันความร่วมมือด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะภาคเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ การจัดการไฟป่า ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยธรรมชาติและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสนับสนุนกลไกความร่วมมือด้านคาร์บอนตามข้อ 6 ของความตกลงปารีส โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและป้องกันการนับผลการลดก๊าซเรือนกระจกซ้ำซ้อน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เวที COP เพื่อสร้างโอกาสให้ประเทศไทยเข้าถึงเงินทุน เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศมากขึ้น โดยยืนยันว่าการดำเนินนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศต้องคำนึงถึงทั้งสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร แรงงาน และผู้ประกอบการที่ต้องปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ทั้งนี้ กรอบท่าทีเจรจาดังกล่าวเป็นแนวทางสำหรับผู้แทนไทยในการเข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศ ยังไม่ใช่การจัดทำความตกลงที่ก่อให้เกิดพันธกรณีใหม่ โดยหากมีการจัดทำความตกลงที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป

อ่านที่ต้นฉบับ