รัฐบาลไทยด้านความมั่นคง
รองปลัดมหาดไทยฝ่ายความมั่นคง ประชุมร่วมกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ย้ำ มาตรการบูรณาการป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายแนวชายแดน กรณีช่องทางเปิ่งเคลิ่ง อ.อุ้มผาง จ.ตาก พร้อมกำชับศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก เร่งกำหนดหลักเกณฑ์ฯ
· อัปเดต 05:13 น.
รองปลัดมหาดไทยฝ่ายความมั่นคง ประชุมร่วมกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ย้ำ มาตรการบูรณาการป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายแนวชายแดน กรณีช่องทางเปิ่งเคลิ่ง อ.อุ้มผาง จ.ตาก พร้อมกำชับศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก เร่งกำหนดหลักเกณฑ์ฯ
รองปลัดมหาดไทยฝ่ายความมั่นคง ประชุมร่วมกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ย้ำ มาตรการบูรณาการป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายแนวชายแดน กรณีช่องทางเปิ่งเคลิ่ง อ.อุ้มผาง จ.ตาก พร้อมกำชับศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก เร่งกำหนดหลักเกณฑ์แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
วันนี้ (5 พ.ย. 69) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ CB410 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ถ.สามเสน กรุงเทพฯ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน เป็นผู้แทนเข้าประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ในประเด็นข้อร้องเรียนกรณีการลักลอบขนแร่และน้ำมันผ่านช่องทางด่านเปิ่งเคลิ่ง หมู่ที่ 9 ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก โดยมี นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานการประชุม โอกาสนี้ นายประเดิม เดชายนต์บัญชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และนางสาวอรอุมา วรแสน ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมด้วย
นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีภารกิจหลักในการบริหารจัดการและกำกับดูแลช่องทางผ่านแดน ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและกองกำลังในพื้นที่ในการควบคุมบุคคล ยานพาหนะ และเอกสารเดินทางตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง โดยปัจจุบันมีช่องทางผ่านแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน 92 ช่องทาง ได้แก่ ด้านเมียนมา 19 ช่องทาง ด้าน สปป.ลาว 46 ช่องทาง ด้านกัมพูชา จำนวน 18 ช่องทาง ด้านมาเลเซีย 9 ช่องทาง โดยในส่วนของจังหวัดตาก มีจุดผ่านแดนถาวร 2 แห่ง ได้แก่ จุดผ่านแดนถาวรบ้านริมเมย (สะพานมิตรภาพไทย -เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 1) และจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2
“ในด้านนโยบายหลักเกณฑ์สำคัญในการเปิดจุดผ่านแดนแต่ละประเภทเป็นการตกลงใจในระดับนโยบายของรัฐบาล และเป็นความเห็นพ้องต้องกันของทั้งสองประเทศ โดยในการเปิดจุดผ่านแดนถาวร คือ ปริมาณการค้า และการเดินทางเข้า - ออกของบุคคลมากและสม่ำเสมอ มีความพร้อมหรือมีศักยภาพด้านการคมนาคม โดยเฉพาะการเป็นจุดหรือช่องทางเชื่อมโยง มีความพร้อมของส่วนราชการ หน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปกำกับดูแล และเป็นจุดที่ไม่มีปัญหาต่าง ๆ ที่กระทบต่อความมั่นคงทั้งก่อนและหลังเปิดจุดผ่านแดนถาวรแล้ว หรือหากมีก็ต้องได้รับการแก้ไข ส่วนหลักเกณฑ์ในการเปิดจุดผ่อนปรนการค้ามีจุดประสงค์สำคัญเพื่อการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่ชายแดนทั้งสองประเทศ”
นายอนุพงศ์ ได้กล่าวถึง “ช่องทางเปิ่งเคลิ่ง” ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ไม่ได้มีสถานะเป็นจุดผ่านแดนตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการเปิด - ระงับ หรือปิดช่องทางผ่านแดน จึงไม่เข้าข่ายจะต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง แต่มีสถานะเป็น “ช่องทางอื่น” ในอำนาจการอนุญาตของอธิบดีกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ได้แก่ 1. ช่องทางที่ 53 บ้านเปิ่งเคลิ่ง (คอกเพิ่ง) หมู่ที่ 9 ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ใช้ขนส่งเฉพาะปศุสัตว์ ปัจจุบันยังคงเปิดใช้งาน ตั้งแต่วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 07.00 – 18.00 น. โดยลักษณะทางกายภาพเป็นช่องทางธรรมชาติ ไม่มีแม่น้ำ และ 2. ช่องทางที่ 49 บ้านเปิ่งเคลิ่ง (ช่องทางเลหล่อซอ) ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 9 ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง ขนส่งเฉพาะแร่พลวง ปัจจุบันยังคงเปิดใช้งาน ตั้งแต่วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 17.00 – 18.00 น. โดยลักษณะทางกายภาพเป็นช่องทางธรรมชาติ ไม่มีแม่น้ำ นอกจากนี้ ในพื้นที่จังหวัดตาก คงเหลือช่องทางอื่นนอกจากทางอนุมัติฯ จำนวน 54 ช่องทาง (ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2569)
นายอนุพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางในการป้องกันปัญหาการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ศูนย์บูรณาการความมั่นคงชายแดนได้มีแนวทางการจัดระเบียบทางอื่นนอกจากทางอนุมัติในพื้นที่จังหวัดตาก โดยศูนย์บูรณาการความมั่นคงชายแดนกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตากหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็น “จำนวนช่องทางนอกจากทางอนุมัติที่ควรมี” และ “มาตรการควบคุมที่เหมาะสม” ซึ่งผู้อำนวยการเขตควบคุมจังหวัดตาก จะได้เร่งกำหนดหลักเกณฑ์ฯ ปฏิบัติตามแนวทางต่อไป