รัฐบาลไทยข่าวนายกรัฐมนตรี
นายกฯ ยืนยันความมุ่งมั่นดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ด้าน เลขาธิการ OECD พร้อมหนุนเต็มที่ เชื่อมไทย-โลก
· อัปเดต 17:16 น.
การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการ OECD ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของไทยที่จะย้ำความมุ่งมั่นของการเข้าเป็นสมาชิก OECD ทั้งในแง่การพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจ การวางแนวทางร่วมมือกับ OECD ในอนาคต ตลอดจนการส่งเสริมบทบาทไทยเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง OECD และภูมิภาคอื่น
วันนี้ (วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569) เวลา 09.30 น. ณ ห้อง VIP 1B ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือกับนายมาทีอัส คอร์มันน์ (H.E. Mr. Mathias Cormann) เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ในโอกาสเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 (IMF-WBG Annual Meeting 2026)
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวเน้นย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ไม่ใช่เพียงทำตามกฎระเบียบแบบแผนที่ต้องทำตามกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกเท่านั้น หากแต่คือสิ่งที่ประเทศไทยต้องปฏิบัติตามมาตรฐานโลก เพื่อยกระดับประเทศไทยให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับประเทศอื่น ซึ่งจะทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากภาคส่วนต่าง ๆ
เลขาธิการ OECD รู้สึกประทับใจและมั่นใจในการเตรียมความพร้อม รวมถึงความตั้งใจของประเทศไทย พร้อมสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิกดังกล่าวของไทยในเวทีการประชุมระหว่างประเทศ พร้อมทั้งชื่นชมประเทศไทยว่ามีความก้าวหน้ามุ่งมั่นที่ดี เชื่อมั่นว่า ทิศทางที่รัฐบาลไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่ในขณะนี้จะสามารถนำพาประเทศเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ได้
ในช่วงท้าย เลขาธิการ OECD กล่าวเพิ่มเติมว่า การเป็นสมาชิกOECD ของประเทศไทย ไม่เพียงแต่เป็นความก้าวหน้าของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นความก้าวหน้าของ OECD ด้วยเช่นกันที่สามารถขยายประเทศสมาชิกได้เพิ่มขึ้น โดยประเทศไทยสามารถมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์เพื่อเชื่อม OECDกับภูมิภาคอื่น
"การเข้าเป็นสมาชิก OECD จึงมีความสำคัญในการผลักดันบทบาทประเทศไทยกลับสู่จอเรดาร์ในเวทีระหว่างประเทศ เพิ่มพูนความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทยอยู่แล้ว ให้มีมากยิ่งขึ้น" โฆษกกระจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว