ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

กรมประชาสัมพันธ์ข่าวภาครัฐ

รัฐบาลรุกเปิดตลาดปากีสถาน ดันส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์–เครื่องจักร–อาหารแปรรูป ต่อยอดอุตสาหกรรมฮาลาล–พลังงานสะอาด พร้อมเดินหน้าเจรจา FTA ไทย–ปากีสถาน

· อัปเดต 16:25 น.

วันนี้ (17 ตุลาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทยในตลาดเอเชียใต้ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือทวิภาคีกับนายมูฮัมหมัด ออรังเซบ (Muhammad Aurangzeb) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรายได้ของปากีสถาน เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ระหว่างการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร อาหารแปรรูป และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

นางสาวลลิดากล่าวว่า การหารือครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ทั้งชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องจักร ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่เชื่อมโยงกับฐานการผลิตของไทย รวมถึงอาหารแปรรูปและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนของทั้งสองประเทศขยายความร่วมมือและสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงความเป็นไปได้ในการขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมฮาลาลและเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นสาขาที่สามารถต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในอนาคต รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน เพื่อเพิ่มการเดินทางและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ตลอดจนขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับภูมิภาคเอเชียใต้

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นสำคัญอีกด้านหนึ่งคือการสานต่อการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–ปากีสถาน (Free Trade Agreement: FTA) เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าในระยะยาว โดยการหารือครั้งนี้เป็นการยืนยันความตั้งใจของทั้งสองฝ่ายที่จะเดินหน้ากระบวนการเจรจาและแสวงหาโอกาสความร่วมมือเพิ่มเติม ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการเจรจา และยังไม่มีการประกาศลดภาษีหรือสิทธิประโยชน์ทางการค้าใหม่จากผลการหารือครั้งนี้

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขยายตลาดส่งออกและสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะตลาดที่มีศักยภาพอย่างปากีสถาน การหารือครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือด้านชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร อาหารแปรรูป และพลังงานสะอาด รวมถึงอุตสาหกรรมฮาลาลและเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเปิดช่องทางให้ภาคธุรกิจไทยสามารถขยายเครือข่ายการค้าและการลงทุนในภูมิภาคเอเชียใต้ได้มากขึ้น” นางสาวลลิดากล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ฝ่ายปากีสถานยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ การกระชับความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม และการฟื้นการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับปากีสถานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน

“รัฐบาลมุ่งใช้โอกาสจากการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank ประจำปี 2569 ขยายความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าและเปิดตลาดใหม่ให้สินค้าและบริการของไทย โดยผลการหารือกับปากีสถานครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือให้เกิดความคืบหน้า เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า การลงทุน และสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในระยะยาว” นางสาวลลิดากล่าว

อ่านที่ต้นฉบับ