รัฐบาลไทยด้านความมั่นคง
มหาดไทย รับมอบผ้าห่มผืนเขียวจากวัสดุรีไซเคิลโครงการ "ไทยเบฟ...รวมใจต้านภัยหนาว" ปีที่ 27 จำนวน 200,000 ผืน เพื่อส่งมอบผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกล
· อัปเดต 00:03 น.
มหาดไทย รับมอบผ้าห่มผืนเขียวจากวัสดุรีไซเคิลโครงการ "ไทยเบฟ...รวมใจต้านภัยหนาว" ปีที่ 27 จำนวน 200,000 ผืน เพื่อส่งมอบผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกล
วันนี้ (7 พ.ย. 69) เวลา 12.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีรับมอบผ้าห่มโครงการ "ไทยเบฟ...รวมใจต้านภัยหนาว" ปีที่ 27 จากนายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกล โดยมี น.ส.อโรชา นันทมนตรี รองปลัดกระทรวงมหาดไทยด้านบริหาร ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นางศุปกิจ สกลเสาวภาคย์ ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสำรวจ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพรรณรบ เตชะมงคลาภิวัฒน์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอัธยา นวลอุทัย น.ส.กาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กลุ่มไทยเบฟเวอเรจ ภาคีเครือข่าย และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 210-211 ชั้น 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจฐานราก เป็นหน้าที่หลักกระทรวงมหาดไทยในการ "บำรุงสุข" โดยมุ่งหวังสูงสุดเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ควบคู่กับการ "บำบัดทุกข์" บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา ซึ่งโครงการ "ไทยเบฟ...รวมใจต้านภัยหนาว" โดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 27 นับตั้งแต่ริเริ่มโดยคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี และประธานเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้เข้ามาช่วยเติมเต็มภารกิจของกระทรวงมหาดไทยที่มีหน้าที่ "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ให้ประชาชนโดยตรง
"แม้พื้นที่เป้าหมายจะอยู่ห่างไกลและเดินทางลำบาก เช่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ แต่ด้วยความร่วมมือจากภาคเอกชนจึงช่วยให้การช่วยเหลือส่งไปถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างครอบคลุม สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ การดำเนินโครงการนี้ไม่ได้สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีการนำขวดพลาสติกที่ใครหลายคนคิดว่าขวดเหล่านั้นอาจกลายเป็นขยะ แต่ไทยเบฟได้ทำให้ขวดพลาสติกกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นผ้าห่ม ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ดีและแสดงถึงความก้าวหน้าในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือ" นายอรรษิษฐ์ กล่าว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อไปอีกว่า การดำเนินงานในปีนี้ได้มีการส่งมอบผ้าห่มจำนวน 200,000 ผืน ซึ่งไม่เพียงแต่มอบความอบอุ่นทางกาย แต่ยังเป็นการสร้างความอุ่นใจให้ประชาชน ทำให้เมื่อประชาชนมีความทุกข์หรือประสบภัยหนาว ก็ย่อมมีความเชื่อมั่นว่าจะมีผู้คอยช่วยเหลือ ซึ่ง "โครงการไทยเบฟ...รวมใจต้านภัยหนาว" ได้เข้ามาตอบสนองความคาดหวังนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
"ในนามของผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยตลอดจนประชาชนผู้ได้รับความเอื้ออาทรจากการรับมอบผ้าห่มสีเขียวในโครงการ "ไทยเบฟ...รวมใจต้านภัยหนาว" จึงขอขอบคุณประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะผู้บริหาร และผู้มีส่วนร่วมทุกท่านของไทยเบฟที่ได้ยืนหยัดดำเนินโครงการนี้และร่วมกับภาครัฐบรรเทาผลกระทบผู้ประสบภัยหนาวมาอย่างต่อเนื่อง และกระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ จะได้ส่งมอบความห่วงใยนี้ต่อไปยังประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยหนาวตามวัตถุประสงค์ต่อไป" นายอรรษิษฐ์ กล่าวในช่วงท้าย
ด้านนายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขอบคุณกระทรวงมหาดไทยและเครือข่ายพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการรวมใจต้านภัยหนาว ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 โดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมอบผ้าห่มผืนสีเขียวเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นแก่ผู้ประสบภัยมาอย่างต่อเนื่องรวมกว่า 5,400,000 ผืน โครงการนี้ริเริ่มโดยคุณหญิงวรรณา และนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ภายใต้ความเชื่อที่ว่าคนไทยให้กันได้ นอกจากนี้ ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมายังได้นำนวัตกรรมมาผลิตผ้าห่มจากขวดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) กว่า 200,000 ผืนต่อปี ซึ่งไม่เพียงแต่ให้ความอบอุ่น แต่ยังช่วยลดมลภาวะและรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนอีกด้วย
ปัจจุบัน โครงการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการมอบผ้าห่ม แต่ได้ขยายความร่วมมือกับองค์กรเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนในมิติอื่นๆ อย่างรอบด้าน เช่น การร่วมกับบริษัท KPMG และเครืออมรินทร์เพื่อมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และหนังสือให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ประสบภัย ตลอดจนการร่วมมือกับคณะแพทย์โรงพยาบาลสวนดอกในการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจรักษาสุขภาพและทันตกรรมแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ท้ายที่สุด กลุ่มบริษัทได้ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะดำเนินโครงการนี้ต่อไป พร้อมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือเพื่อส่งมอบความอบอุ่น มิตรภาพ และสร้างความสุขให้แก่ประชาชนบนแผ่นดินไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป