ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

รัฐบาลไทยด้านความมั่นคง

รมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยมโรงงานเภสัชกรรมทหาร เร่งเพิ่มศักยภาพผลิตยา ลดพึ่งพาต่างประเทศ วางแผน 3–5 ปี มุ่งสู่ศูนย์กลางการผลิตและวิจัยยาเพื่อความมั่นคงของชาติ

· อัปเดต 12:59 น.

รมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยมโรงงานเภสัชกรรมทหาร เร่งเพิ่มศักยภาพผลิตยา ลดพึ่งพาต่างประเทศ วางแผน 3–5 ปี มุ่งสู่ศูนย์กลางการผลิตและวิจัยยาเพื่อความมั่นคงของชาติ

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมโรงงานเภสัชกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและศักยภาพการผลิตยาและเวชภัณฑ์ โดยมี พลเอก อัฐพงศ์ ภิชญาภรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร และ พลตรี ชาญศิลป์ เทพพิทักษ์ ผู้อำนวยการโรงงานเภสัชกรรมทหาร ให้การต้อนรับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำว่า การผลิตยาและเวชภัณฑ์เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุขและการพึ่งพาตนเองของกองทัพและประเทศ โดยเฉพาะในสถานการณ์โลกที่ผันผวนและมีความขัดแย้งระหว่างประเทศ จึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมด้านการผลิตและสำรองวัตถุดิบให้เพียงพอ ลดความเสี่ยงจากการนำเข้า เพื่อให้สามารถผลิตยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมวางแผนพัฒนาองค์กรในระยะ 3–5 ปี มุ่งสู่การเสริมสร้างการเป็นศูนย์กลางการผลิตและวิจัยยาเพื่อความมั่นคงของประเทศ

สำหรับผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2569 โรงงานเภสัชกรรมทหารมีบทบาทสำคัญในการผลิตยาและเวชภัณฑ์สนับสนุนกองทัพและหน่วยงานสาธารณสุข โดยเฉพาะยาที่มีผู้ผลิตในประเทศจำกัด มียอดจำหน่ายรวมกว่า 217 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 จากปีก่อน และมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายกว่า 43 ล้านบาท ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมเร่งขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตยาแห่งใหม่ จังหวัดราชบุรี มูลค่ากว่า 919 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิต ลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ และลดการพึ่งพาแหล่งผลิตจากต่างประเทศ โดยเมื่อแล้วเสร็จ คาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตยาเม็ดเป็น 600 ล้านเม็ดต่อปี หรือประมาณ 3 เท่าของกำลังการผลิตปัจจุบัน ทั้งนี้ ได้เร่งรัดการก่อสร้างที่ล่าช้ากว่าแผน เพื่อให้โครงการเดินหน้าตามกรอบเวลาที่กำหนด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการผลิตยา การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของกองทัพและประชาชน ตลอดจนเตรียมความพร้อมด้านยาและเวชภัณฑ์สำหรับกำลังพลทั้ง 3 เหล่าทัพ และตำรวจ รวมถึงภารกิจทางการแพทย์ในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ห่างไกล โดยเน้นให้บุคลากรลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความต้องการจริง เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและภัยคุกคามเฉพาะพื้นที่ ควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมกับมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล สถาบันวิจัย และภาคเอกชน ตลอดจนพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญและเท่าทันเทคโนโลยี โดยเฉพาะการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะได้เยี่ยมชมกระบวนการผลิตยาและเวชภัณฑ์ พร้อมรับฟังผลการดำเนินงานและหารือแนวทางสนับสนุนด้านเครื่องจักร เทคโนโลยี และงบประมาณ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและวิจัยยาให้มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน และเติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำว่า ความมั่นคงของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับยุทโธปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความพร้อมในการรักษาชีวิตของกำลังพลและประชาชน โดยโรงงานเภสัชกรรมทหารเป็นกลไกสำคัญเบื้องหลังระบบการแพทย์ มีหน้าที่สนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์มียาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นอย่างเพียงพอ มีคุณภาพ สร้างความเขื่อมั่นกับประชาชน และคุ้มค่าต้นทุน การพัฒนาองค์กรให้เข้มแข็งจึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดการพึ่งพาต่างประเทศ รองรับภาวะฉุกเฉิน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุขของไทยในระยะยาว

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

30 ตุลาคม 2569

อ่านที่ต้นฉบับ