ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

กรมประชาสัมพันธ์ข่าวภาครัฐ

ศูนย์วิจัยอุทยานฯ ทางทะเล ชุมพร เคลื่อนย้ายไข่เต่าทะเล 88 ฟอง สู่พื้นที่ปลอดภัย หลังพบขึ้นวางไข่อ่าวผู้พัน พร้อมประสานชุมชนร่วมอนุรักษ์ยั่งยืน

· อัปเดต 05:12 น.

ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร) ดำเนินการเคลื่อนย้ายรังไข่เต่าทะเลจำนวน 88 ฟอง จากบริเวณอ่าวผู้พัน ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ไปยังพื้นที่ฟักไข่ที่ปลอดภัยเป็นการด่วน หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีในพื้นที่ว่าพบเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบรังไข่มีความกว้าง 29 เซนติเมตร ลึก 28 เซนติเมตร มีจำนวนไข่ทั้งหมด 92 ฟอง โดยพบความเสียหายจากสัตว์นักล่าตามธรรมชาติจำนวน 4 ฟอง เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าช่วยเหลือเพื่อคุ้มครองอัตราการรอดชีวิตของลูกเต่าทะเลให้อยู่ในระดับสูงสุด

นายมรกต โจวรรณถะ หัวหน้าศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร) เปิดเผยว่า “การพบเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลในพื้นที่จังหวัดชุมพร อย่างไรก็ดี เนื่องจาก จุดวางไข่บริเวณอ่าวผู้พันเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อภัยคุกคามหลายประการ ทั้งจากกิจกรรมของมนุษย์ สัตว์นักล่าตามธรรมชาติอย่างตัวเงินตัวทอง รวมถึงความเสี่ยงจากปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูงท่วมรังไข่ ทางศูนย์ฯ จึงตัดสินใจเคลื่อนย้ายย้ายไข่เต่าทะเลทั้งหมดไปยังพื้นที่อนุบาลที่ปลอดภัย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงจนกว่าจะถึงกำหนดฟักตัว”

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวนอกจากการช่วยเหลือและคุ้มครองรังไข่เต่าแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการบันทึกข้อมูลทางวิชาการ สภาพแวดล้อม และสถิติที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน เพื่อนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนบริหารจัดการและกำหนดมาตรการอนุรักษ์ทรัพยากรเต่าทะเลในน่านน้ำไทยอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

สำหรับขั้นตอนต่อไป ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร) จะติดตามพัฒนาการของไข่เต่าอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งฟักเป็นตัวลูกเต่าเพื่อปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ พร้อมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชนชายฝั่งในการสร้างจิตสำนึกและเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังการขึ้นวางไข่ของสัตว์ทะเลหายาก

ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร) ขอแสดงความขอบคุณประชาชนและเครือข่ายชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ช่วยแจ้งเบาะแสสำคัญในครั้งนี้ ทุกข้อมูลจากภาคประชาชนถือเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องและรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนต่อไป

อ่านที่ต้นฉบับ