ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไม่ใช่เว็บของทางราชการและไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

สาระรัฐข่าวหน่วยงานรัฐ รวมไว้ที่เดียวข่าวทั้งหมด
ย้อนกลับ

รัฐบาลไทยด้านความมั่นคง

มท.4 "วรศิษฎ์" นำประชุมขับเคลื่อนการบริหารงานเชิงพื้นที่ “จังหวัดชายแดนภาคใต้” แบบบูรณาการ ประจำปี 2570 เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ชู “มิติการพัฒนาพื้นที่และการสร้างความเข้มแข็งจากระดับฐานราก” เพื่อสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน

· อัปเดต 14:27 น.

มท.4 "วรศิษฎ์" นำประชุมขับเคลื่อนการบริหารงานเชิงพื้นที่ “จังหวัดชายแดนภาคใต้” แบบบูรณาการ ประจำปี 2570 เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ชู “มิติการพัฒนาพื้นที่และการสร้างความเข้มแข็งจากระดับฐานราก” เพื่อสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน

วันนี้ (19 ต.ค. 69) เวลา 09.00 น. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านระบบออนไลน์ โดยมี นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการรักษาราชการแทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมรับฟัง โดยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านการปกครอง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักนโยบายและแผน ชั้น 7 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย

นายวิศิษฎ์ กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลาย การประชุมบูรณาการฯ ในวันนี้ จึงมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกันเพื่อกำหนดทิศทางและเชื่อมโยงความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมา การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตลอดจนแนวทางการจัดสรรเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสตูลและสงขลาโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

"ขอชื่นชมผลงานของ ศอ.บต. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันดำเนินการและประสานความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมกลไกสภาสันติสุขตำบล และการสนับสนุนการพัฒนาตำบลให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตลอดจนการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจชุมชน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาด้วย" นายวิศิษฎ์ กล่าว

นายวิศิษฎ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นสำคัญประการหนึ่งคือ “มิติการพัฒนาพื้นที่และการสร้างความเข้มแข็งจากระดับฐานราก” โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชน นำข้อมูลความต้องการมากำหนดแผนสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง พร้อมเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนและผู้นำชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ที่ผ่านมาได้พยายามเน้นย้ำเรื่องการบูรณาการการทำงานร่วมกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ หรือคุณภาพชีวิต ไม่มีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเพียงลำพัง

"ดังนั้น จึงจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้ง ศอ.บต. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล และที่สำคัญคือระดับหมู่บ้านซึ่งสามารถช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระดับรากหญ้าได้จริง เพื่อนำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ในโอกาสนี้ จึงขอเปิดการประชุมกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีเพื่อเป็นการพัฒนาต่อไป" นายวิศิษฎ์ กล่าวในช่วงท้าย

สำหรับการประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ดำเนินการโดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มุ่งเน้นการดำเนินงานที่สำคัญในหลายด้าน ทั้งการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้า การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนผ่านกลไกสภาสันติสุขตำบล การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจชุมชน การเชื่อมโยงการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ตลอดจนการพัฒนาเยาวชน การศึกษา และการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างครบวงจร นอกจากนี้ ยังมีการขับเคลื่อนตามแนวทางของคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลผ่าน 14 อำเภอนำร่อง และการขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้เป็นกรอบในการปฏิบัติงานไปในทิศทางเดียวกัน

อ่านที่ต้นฉบับ